สารจากนายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย กันยายน 2563

ขอต้อนรับสู่ฉบับประจำเดือนกันยายนของปี 2563 ผ่านไปเรียบร้อยสำหรับการประชุมวิชาการกลางปีระหว่างวันที่ 20-22 สิงหาคม 2563 ที่หัวหิน มีผู้สมัครเข้าร่วมประชุมแบบออนไซต์จำนวน 186คน และลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมประชุมแบบออนไลน์จำนวน 189 คน มีบริษัทเข้าร่วมแสดงผลิตภัณฑ์รวม 34 บูธสภาพงานโดยรวมคนไม่หนาแน่นมากตามที่วางแผนไว้ ยกเว้นบางช่วงเวลาและบางพื้นที่อาจเกินเลยไปบ้าง แต่ทั้งผู้เข้าประชุม เจ้าหน้าที่จัดงาน เจ้าหน้าที่ประจำสถานที่ และสตาฟของบริษัท พยายามช่วยกันรักษามาตรฐานการประชุมวิถีใหม่ แม้จะเกิดความไม่สะดวกสบายบ้างแต่ก็ต้องยอมรับสภาพ ในส่วนระบบออนไลน์วันแรกอาจขลุกขลักไปบ้าง แต่วันต่อๆ มาค่อยดีขึ้น คงต้องรีบสรุปบทเรียนในภาพรวมเพื่อวางแผนนำไปพัฒนาสำหรับเตรียมการประชุมประจำปีในต้นปีหน้า

​ระยะนี้สภาพอากาศหน้าฝนเต็มตัวที่มาช่วงสั้นแต่รุนแรง ทำให้เกิดอุทกภัยและวินาศภัยในหลายพื้นที่ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการรุกรานธรรมชาติที่เกินเลย ยังดีว่าด้านการเจ็บป่วยในระบบการหายใจไม่มีการเพิ่มขึ้นชัดเจน ส่วนหนึ่งคงเป็นอานิสงส์จากมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ที่บ้านเรายังช่วยกันดีอยู่ โดยเฉพาะการใส่หน้ากากในที่สาธารณะและการหลีกเลี่ยงกิจกรรมรวมกลุ่มที่มีความเสี่ยง แต่สถานการณ์ทั่วโลกโดยเฉพาะในประเทศรอบบ้านเราที่ยังระอุอยู่ ทำให้การช่วยกันรักษาบ้านเมืองไม่ให้ศัตรูตัวจิ๋วเข้ามาโจมตีรุนแรงได้ใหม่ยังคงรามือไม่ได้ แน่นอนตราบที่วัคซีนยังไม่มาและเชื้อโรคยังไม่อ่อนแอลง เราคงต้องมีการระบาดเล็กๆ บ้างเพื่อแลกกับการอยู่รอดของเศรษฐกิจประเทศด้วยการแย้มประตูบ้านบางส่วน หวังว่าสถานการณ์เลวร้ายเหมือนช่วงที่ผ่านมาคงไม่เกิดขึ้นอีก อีกอย่างเหล่านักรบเสื้อกาวน์ได้มีการสรุปบทเรียนและมีการเตรียมพร้อมที่ดีกว่าเก่า คงไม่ทำให้สังคมผิดหวังสำหรับภาระที่พวกเราต้องเข้าไปแบกรับ

ที่น่าเป็นห่วงกว่าคือปัญหาทางการเมืองภายในประเทศ ซึ่งมีสถานการณ์ช่องว่างทางความคิดของคนต่างยุคสมัยมาช่วยถ่างให้ปัญหาเห็นชัดขึ้น เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันประคับประคองไม่ให้สถานการณ์บานปลาย และลุกลามจากเวทีสาธารณะและเวทีรัฐสภาไปสู่ท้องถนน เพื่อหลีกเลี่ยงบทเรียนอันเจ็บปวดในอดีตที่นำไปสู่ความล้มเหลวในการพัฒนาระบบการเมืองที่ดีรอบแล้วรอบเล่า ขอให้ฝ่ายต่างๆ ยึดมั่นในผลประโยชน์และความสงบสุขของประเทศชาติเป็นสำคัญ

ขอปิดท้ายฉบับนี้ด้วยคำสอนที่คัดลอกและดัดแปลงมาจากหนังสือ “อมฤตพจนา พุทธศาสนสุภาษิต” โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตโต) ความว่า

“ขุมกำลังของคนพาล คือการจ้องมองหาโทษคนอื่น ชุมกำลังของบัณฑิต คือการไตร่ตรองโดยพินิจ”

แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า

Leave a comment

Your email address will not be published.


*