สารจากนายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย สิงหาคม 2563

ขอต้อนรับสู่ฉบับประจำเดือนสิงหาคมของปี 2563 ช่วงเช้าของวันที่ 14 เดือนนี้ที่โรงพยาบาลศิริราช สมาคมฯ จะมีการจัดสอบ Formative ครั้งที่ 1 ของปีการศึกษา 2563 ปีนี้เรามีเฟลโลว์ใหม่มากถึง 31 คน ด้วยอานิสงส์จากโควิด-19 ทำให้ได้โควต้าพิเศษเฉพาะปีนี้มา 4 คน ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนั้นจะมีการประเดิมจัดกิจกรรมวิชาการ Clinical Pearl in Chest Medicine ครั้งแรกหลังช่วงการระบาดระลอกแรกของโควิด-19 ในรูปแบบออนไซต์เต็มรูปแบบ โดยมีศิริราชเป็นเจ้าภาพ เพราะห้องประชุมที่ใช้จัดสามารถรับผู้เข้าประชุมได้ประมาณ 70 คน โดยมีพื้นที่เฉลี่ยต่อบุคคลราว 3 ตารางเมตรกว่า ซึ่งมาตรฐานนี้ก็จะนำไปใช้กับการประชุมวิชาการกลางปีระหว่างวันที่ 20-22 สิงหาคม 2563 ที่หัวหิน แต่จำกัดจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมประชุมเป็นแบบออนไซต์ไว้ที่ไม่เกิน 150 คน เนื่องจากห้องประชุมใหญ่ 2 ห้องจุได้ไม่เกินห้องละ 96 คน สมาชิกหรือผู้สนใจที่ไปร่วมไม่ได้ สามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมประชุมแบบออนไลน์ และสามารถใช้เป็นการลาต้นสังกัดเพื่อเข้าร่วมประชุมสำหรับพัฒนาทักษะทางวิชาชีพได้เช่นกัน หวังว่าคงจะไม่มีอุปสรรคใดๆ มาแผ้วพานการประชุมครั้งนี้ของพวกเรา

         ผลการหารือร่วมกับสมาคมเวชบำบัดวิกฤตเมื่อเดือนที่แล้ว ทั้งสองสมาคมเห็นตรงกันให้เสนอเรื่องการฝึกอบรมเฟลโลว์ pulmonary medicine และ critical care เป็นแบบ 3 ปีต่อเนื่อง ต่อราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ และแพทยสภา เพื่ออำนวยความสะดวกในการวางแผนจัดการกำลังคนของหน่วยงานต้นสังกัด  โดยเฉพาะโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุขที่รับผิดชอบเป็นด่านหน้าในการดูแลผู้ป่วยวิกฤตของภูมิภาคต่างๆ ทัวประเทศ ซึ่งถ้าได้รับการอนุมัติจะมีช่องทางให้เลือกสมัครแบบออนไลน์ได้เพิ่มขึ้นในระบบการรับสมัครของแพทยสภา สำหรับสถาบันฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องก็จะต้องมีการจัดสรรทรัพยากรการฝึกอบรมให้เป็นไปตามเกณฑ์ และมีการร่วมมือระหว่างสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องในการคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมร่วมกัน

สถานการณ์โควิด-19 ในบ้านเราต่อไปจะเป็นอย่างไรคงยากจะคาดเดา การพยากรณ์แบบจำลองต่างๆ ของเจ้าสำนักหลายแห่งในอดีตคลาดเคลื่อนให้เห็นกันมากมาย การผ่อนคลายมาตรการทางสังคมคงเป็นเรื่องจำเป็น แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานการเข้มงวดมาตรการทางสุขภาพ หากจะมีการกลับมาใหม่ของผู้ติดเชื้อ ก็จะต้องควบคุมให้ปริมาณไม่เกินศักยภาพการดูแลรักษาให้ได้ผลดีเช่นการระบาดในระลอกแรก สำหรับบทเรียนกรุงเทพ-ซูดาน และ ระยอง-อียิปต์ที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าการออกแบบกระบวนการผ่อนคลายทางสังคมให้มีผลกระทบน้อยนั้นเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน สมควรที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง และต้องไม่ปล่อยให้ผู้ปฏิบัติชั้นผู้น้อยหน้างานรับผิดชอบภาระที่เกินความสามารถและอำนาจในการตัดสินใจ

ขอปิดท้ายฉบับนี้ด้วยคำสอนที่คัดลอกและดัดแปลงมาจากหนังสือ “อมฤตพจนา พุทธศาสนสุภาษิต” โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตโต) ความว่า

“บุรุษจะเป็นบัณฑิตในทุกสถานก็หาไม่ สตรีมีปัญญาหยั่งเห็นการณ์นั้นๆ ก็เป็นบัณฑิต”

พบกันที่หัวหินทั้งต่อหน้า (ออนไซต์) และ ลับหลัง (ออนไลน์) แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า


Leave a comment

Your email address will not be published.


*