สารจากนายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย พฤษภาคม 2563

ขอต้อนรับสู่ฉบับประจำเดือน พฤษภาคมของปี 2563 เป็นการประเดิมเมื่อพิษภัยคุณ “โกวิทสิบก้าว” เริ่มสร่างซา หลังจากแผลงฤทธิ์เล่นงานเพื่อนร่วมชาติป่วยไปเกือบสามพันคน และตายไปกว่าห้าสิบคน นับว่าของของเขาแรงจริงๆ ไม่มีใครคาดมาก่อนว่าจะเป็นการพลิกโฉมชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์บนโลกอย่างขนานใหญ่เช่นนี้ 

หลังจากที่สมาคมฯ เริ่มเปิดตัวเรื่องนี้ในงานประชุมประจำปีช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ พอต้นเดือนที่เริ่มมีการลุกลามของโรคช้าๆ กลไกการรับมือของประเทศในระดับโรงพยาบาลเริ่มส่อเค้าขาดความพร้อม ไม่เหมือนการเตรียมรับมือในชุมชนที่ทำได้ดีติดระดับโลก จึงเป็นที่มาของการออกไปเคลื่อนไหวของสมาคมเราร่วมกับสมาคมวิชาชีพอื่น ในการชี้นำทิศทางที่ถูกต้องแก่สังคมและหน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข หลังจากนั้นก็ทำมาต่อเนื่องในหลายๆ ประเด็นหลายรูปแบบ จนทำให้ลืมเขียนสารจากนายกไปหนึ่งเดือน หวังว่าคงจะพอให้อภัยกันได้ 

ในการเตรียมรับมือโรคระลอกสอง ฝ่ายการแพทย์มีความพร้อมมากขึ้น ในเรื่องระบบ สถานที่ การตรวจหาเชื้อ และยา แต่ยังมีขีดจำกัดสำคัญคือเตียงไอซียูโควิด ซึ่งรองรับผู้ป่วยทั่วประเทศได้ประมาณ 500 คนจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม โดยถ้าคิดว่าผู้ป่วยวิกฤตนี้จะพบราว 5% ของผู้ติดเชื้อ นั่นหมายถึงว่าต้องมีผู้ติดเชื้อรายใหม่จนถึงสิ้นเดือนนั้นไม่เกิน 10,000 คน หรือ เฉลี่ยไม่เกินราว 100 คนต่อวัน

ปัญหาที่จะตามมาถ้าจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นคือ อุปกรณ์ป้องกันตัวเองส่วนบุคคล (PPE) ที่สำคัญคือ เสื้อคลุมและหน้ากาก จะขาดแคลนเพราะไม่สามารถนำเข้าได้ และที่ผลิตได้ในประเทศก็ขาดวัตถุดิบ การผลิตชนิดใช้ซ้ำได้ในประเทศกำลังจะเริ่มได้ปลายเดือนหน้า โชคดีที่เรามีนวัตกรรมภายในประเทศหลายอย่าง เช่น ห้องแรงดันลบ ตู้ตรวจหาเชื้อและห้องตรวจผู้ป่วยทั้งแรงดันลบและแรงดันบวก แคปซูลติดเฮปาฟิลเตอร์ในการขนส่งผู้ป่วย ทำให้ประหยัดการใช้ PPE ไปได้เยอะ คงต้องติดตามเรื่องนี้กันห้ามกระพริบตา และต้องไม่ให้พวกโกงกินบ้านเมืองมาฉวยโอกาสเช่นเคย

ในระหว่างนี้แต่ละโรงพยาบาลคงจะต้องเริ่มเปิดงานบริการทางการแพทย์มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาสร้างความลำบากให้กับผู้ป่วยโรคเรื้อรังมากมาย ซึ่งจะต้องมีการจัดทำมาตรฐานใหม่สำหรับสถานที่ การตรวจคัดกรองผู้ป่วย และ PPE สำหรับใช้ทั้งบุคลากร ผู้ป่วย และญาติ โดยสมาคมฯ จะเป็นตัวกลางในการจัดทำและคงต้องให้สมาชิกช่วยในการทำประชาพิจารณ์ ส่วนอาสาสมัครไปทำงานในไอซียูส่วนต่อขยาย 64 เตียงในกทม.และปริมณฑลที่มีผู้สมัครมาล้นหลาม ขอให้รอสัญญาณอีกครั้งถ้าสถานการณ์ระลอกสองใกล้เข้ามา คงไม่ถึงกับยกเลิกทีเดียว เพียงแต่เลื่อนเวลาออกไปจนกว่าเหตุการณ์ใกล้สุกงอม

ขอปิดท้ายฉบับนี้ด้วยคำสอนที่คัดลอกและดัดแปลงมาจากหนังสือ “อมฤตพจนาพุทธศาสนสุภาษิต” โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ปยุตโต) ความว่า

“สิ่งใดพร่องสิ่งนั้นดังสิ่งใดเต็มสิ่งนั้นเงียบ”

พบกันใหม่ฉบับหน้า


Leave a comment

Your email address will not be published.


*