ทำความรู้จักกับ “วัณโรคหลังโพรงจมูก”

รองศาสตราจารย์นายแพทย์นิธิพัฒน์  เจียรกุล
หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค
ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

สถานการณ์วัณโรคในประเทศไทยปัจจุบันเป็นอย่างไร

วัณโรคยังเป็นโรคติดเชื้อที่พบได้บ่อยในประเทศไทยจากฐานข้อมูลองค์การอนามัยโลกปี พ.ศ. 2560 ปริมาณผู้ป่วยยังคงสูงคงที่ไม่มีแนวโน้มลดลงจาก 5 ปีก่อน ดังรายละเอียด 

itemdata
จำนวนประชากร69 ล้านคน
ผู้ป่วยวัณโรครายใหม่และกลับเป็นซ้ำ80160 คน
เป็นเพศหญิงร้อยละ 34
วัณโรคนอกปอดร้อยละ 17
ติดเชื้อเอชไววีร่วมด้วยร้อยละ 11
รักษาครบหรือหายขาดร้อยละ 83
เสียชีวิตจากวัณโรคร้อยละ 15
วัณโรคดื้อยาหลายขนาน (MDR-TB) ในผู้ป่วยรายใหม่ร้อยละ 2.2
สถานการณ์วัณโรคในประเทศไทยในปี พ.ศ.​ 2560

วัณโรคหลังโพรงจมูกคืออะไร ผู้ป่วยจะมีอาการอย่างไรและวินิจฉัยได้อย่างไร

วัณโรคหลังโพรงจมูกจัดเป็นวัณโรคนอกปอด ซึ่งพบได้น้อย (ช่วงปี 2530-2535 พบผู้ป่วย 15 ราย จากผู้ป่วยวัณโรคของโรงพยาบาลศิริราชช่วงนั้นทั้งหมดประมาณ 12,000 ราย) เกิดจากการติดเชื้อวัณโรคที่ปอดแล้วกระจายมาที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอหอย หรือเกิดจากการติดเชื้อวัณโรคบริเวณคอหอยโดยตรง ผู้ป่วยมักมาด้วยก้อนที่คอจากต่อมน้ำเหลืองโต ส่วนน้อยจะมีอาการจากการกดเบียดบริเวณโพรงหลังจมูก ซึ่งอาการที่ว่านี้จะแยกไม่ออกจากมะเร็งคอหอยที่พบได้บ่อยในคนไทย ส่วนอาการอื่นของวัณโรคและวัณโรคปอดพบร่วมได้ราวหนึ่งในสาม การวินิจฉัยได้จากการส่องกล้องตรวจบริเวณหลังโพรงจมูก และตัดชิ้นเนื้อตรวจทางจุลชีววิทยาโดยย้อมและเพาะเชื้อวัณโรค หรือตรวจหาลักษณะของวัณโรคตรวจทางพยาธิวิทยา ปัจจุบันการใช้เทคนิคทางอณูชีววิทยาช่วยให้วินิจฉัยได้มากขึ้น

ภาพเอกซเรย์ผู้ป่วยเป็นวัณโรคปอดด้านขวา ของโรงพยาบาลศิริราช
ก้อนวัณโรคหลังโพรงจมูก สำเนามาจากรายงานผู้ป่วยในวารสาร Medical Journal Armed Force India ฉบับปี 2015 หน้า S586-S589
ภาพชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยาของผู้ป่วยวัณโรค โรงพยาบาลศิริราช
ภาพการย้อมพบเชื้อวัณโรค เห็นเป็นแท่งสีแดง  โรงพยาบาลศิริราช

ใครมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นวัณโรคหลังโพรงจมูกได้บ้าง

ส่วนใหญ่พบในเด็กและผู้สูงอายุ แต่ก็พบได้ในทุกช่วงวัย

ประชาชนทั่วไปจะสงสัยว่าตัวเองเป็นวัณโรคหลังโพรงจมูกได้อย่างไร

ส่วนใหญ่แล้วจะสงสัยเมื่อคลำก้อนได้ที่คอคือต่อมน้ำเหลืองโต ส่วนน้อยหากมีอาการจุกแน่น/เจ็บ/หรือระคายในคอเรื้อรัง ควรพบแพทย์เฉพาะทางหู คอจมูก เพื่อทำการตรวจโดยละเอียด

มีวิธีป้องกันตัวเองไม่ให้เกิดวัณโรคหรือวัณโรคหลังโพรงจมูกอย่างไร

เราสามารถลดโอกาสการเป็นทั้งวัณโรคปอดและวัณโรคหลังโพรงจมูกได้โดย

  1. รักษาสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรง
  2. หลีกเลี่ยงการเข้าไปในที่ที่คนอยู่กันแออัด อับทึบ แสงสว่างไม่เพียงพอ
  3. หากมีอาการสงสัยวัณโรคปอด คือ ไอเกิน 2 สัปดาห์ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือสงสัยวัณโรคหลังโพรงจมูก คือ คลำก้อนที่คอได้ หรือจุกแน่นหรือเจ็บหรือระคายคอเกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบไปพบแพทย์    
  4. หากมีคนใกล้ชิดเป็นวัณโรคต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจคัดกรองตัวเราเองว่าได้รับเชื้อไปหรือไม่ ส่วนคนใกล้ชิดต้องช่วยดูแลให้เขารักษาวัณโรคจนครบและหายขาด

Leave a comment

Your email address will not be published.


*