สารจากนายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย มีนาคม 2562

นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกทวงต้นฉบับเพราะล่วงวันแรกของเดือนใหม่เข้ามาแล้ว อาจเป็นเพราะยังพักผ่อนคลายเส้นไม่เรียบร้อยภายหลังจากงานประชุมประจำปีที่เชียงใหม่ หรืออาจเป็นเพราะเดือนที่แล้วมีวันน้อยที่สุดของรอบปี เดือนนี้เราประเดิมกันด้วย Clinical Pearl in Chest Medicine ครั้งแรกที่โรงพยาบาลจุฬา เป็นเจ้าภาพ เช่นเคย ผู้ป่วยทั้งสองรายเป็นกรณีศึกษาที่พบได้ไม่บ่อย แต่มีสิ่งละอันพันละน้อยให้เรียนรู้ได้รอบด้าน เหมาะสำหรับพวกที่กำลังเตรียมตัวจะเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอดกันต่อไปในอนาคต

ย้อนกลับไปงานเชียงใหม่ที่พวกเราไปร่วมกันอย่างหนาตาเช่นก่อน ๆ ซึ่งงานผ่านไปด้วยดีสำหรับการขึ้นไปจัดงานชุมนุมเหล่าผู้กล้าโรคปอดกว่า 350 คนที่ไม่กลัวฝุ่นจิ๋ว ซึ่งในช่วงนั้นค่า AQI ของกรุงเทพสดใส แต่ที่แดนเหนือค่อนข้างหมอกมัวอยู่ระหว่างสีส้มแก่จนถึงแดงจัด สถานที่จัดประชุมได้รับคำชมเรื่องความสวยงามและความมีเอกลักษณ์ แม้โรงแรมที่พักจะห่างกันไปบ้าง แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับเหล่าสมาชิกของเรา ดังเช่นใน morning symposium ของวันที่สอง ยังมีผู้มาร่วมให้กำลังใจวิทยากรถึงกว่าร้อยคน กิจกรรมบางด้านอาจจะกระท่อนกระแท่นไปบ้างแต่ผู้เข้าร่วมคงเข้าใจและพออภัยกันได้ ช่วงสุดท้ายของงานยังมีคนเข้าฟังเกือบร้อยห้าสิบคน ทำเอาคณะผู้จัดงานหายใจแป้วเพราะกลัวพูดกันเองฟังกันเอง 

ในส่วนงานวิ่งรณรงค์มีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมประมาณห้าร้อยกว่าคน ส่วนผู้เข้าประชุมก็เข้าร่วมอีกราวร้อยคนได้ ทุกอย่างเป็นไปโดยราบรื่นและอากาศเช้าวันนั้นก็เป็นใจ ค่า AQI ลดตัวลงมาเป็นสีเหลืองแก่จนถึงส้ม ในส่วนของการเสวนาภาคประชาชนเรื่อง “มาตรการควบคุมมลพิษในอากาศ เชียงใหม่โมเดล” ที่จัดภายในมช.ควบคู่ไปกับการประชุมวิชาการของเรา ก็มีตัวแทนทั้งจากภาครัฐ ภาคประชาชน และนักวิชาการ ไปช่วยกันแบ่งปันประสบการณ์และการเรียนรู้จากการทำงานร่วมกันในพื้นที่มากว่าสิบปี หวังว่าคงจะได้รับการต่อยอดและถ่ายทอดไปสู่พื้นที่อื่นๆ ที่เริ่มตระหนักถึงปัญหาหมอกควันกันไปทั่วแล้ว 

สำหรับงานกาลาดินเนอร์ในคืนวันวาเลนไทน์ มีคนเข้าร่วมน่าจะกว่าสองร้อยคน เปิดงานด้วยการแสดงดนตรีและการแสดงของเด็กนักเรียนชนเผ่ากะเหรี่ยงจากสะเมิง จากนั้นก็เป็นการแสดงของเหล่าเฟลโลว์ทั้งหลายสลับกับการเล่นเกมและดนตรี ดูเหมือนการแสดงของเจ้าภาพเชียงใหม่จะยิ่งใหญ่อลังการมาก แถมเนื้อหายังอินเทรนด์กับภัยฝุ่นจิ๋วจนหลายคนแอบยิ้มในใจ โดยเฉพาะการทุ่มเทของวิทยากรในปาฐกถาเกียรติยศภาคเช้า พอภาคดึกผันตัวมาเป็นนักแสดงที่ตีบทแตกกระจาย เพราะเป็นเรื่องที่เกาะติดมานานนับสิบปี ภาพเช่นนี้คงหาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว สมาชิกที่พลาดไปต้องขอแสดงความเสียใจด้วยที่ไม่มีบุญตา

ช่วงนี้คงไม่มีข่าวใดจะกลบกระแสการเลือกตั้งได้ หากสังเกตให้ดีเหล่านักการเมือง (ที่ส่วนใหญ่มีอาชีพหลักอื่น) เริ่มกระตือรือร้นที่จะเข้าสู่ศูนย์อำนาจเพื่อแย่งชิงผลประโยชน์ หลังจากบ้านเมืองผกผันเปลี่ยนขั้วมากว่าห้าปี ที่ยังคงหน้าแห้งเหี่ยวคือภาคประชาชน นโยบายที่แข่งกันเสนอออกมาล้วนไปในทิศทางประชานิยมซึ่งขาดความยั่งยืนและขัดกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยิ่งเรื่องสุขภาพประชาชนและคุณภาพของสิ่งแวดล้อมนับว่าถูกหยิบยกมาหาเสียงน้อยมาก ประชาชนอย่างเราๆ คงไม่พ้นต้องดูละครฉากซ้ำๆ กันไปอีกพักใหญ่

พบกันใหม่ฉบับหน้า

Leave a comment

Your email address will not be published.


*