ผู้ป่วยในห้องหมายเลข 8

นิธิพัฒน์ เจียรกุล

ถ้าได้เป็นแพทย์ประจำในโรงพยาบาลที่เก่าและใหญ่ที่สุดในประเทศนี้มาเป็นเวลานานพอ โอกาสที่จะต้องรับภารกิจดูแลรักษาคนใหญ่คนโตหรือผู้ที่มีชื่อเสียงในสังคมดูจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ครั้งนี้ผมได้มีโอกาสดูแลรักษาพระภิกษุรูปหนึ่งที่เป็นที่สนใจของสาธารณชน เนื่องจากท่านมีรูปลักษณ์ที่ติดดินกินใจชาวบ้าน และมีชื่อเสียงในการเคาะศีรษะให้กับคนทั่วไปตั้งแต่คนใหญ่คนโตจนถึงชนชั้นรากหญ้า

ในห้องผู้ป่วยหมายเลข 8 ของหอผู้ป่วยวิกฤตระบบการหายใจ หลวงพ่อคูณนอนสงบนิ่งหลังการผ่าตัดสอมงที่บอบช้ำจากเส้นเลือดในสมองแตก สองปีก่อนท่านอาพาธด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด อันเป็นผลจากการสูบบุหรี่พื้นบ้านมวนโตที่เราเคยคุ้นตากัน ครั้งนั้นร่างกายท่านฟื้นตัวดีมาก และท่านประกาศต่อสาธารณะว่าจะเลือกบุหรี่เพราะมันเป็นพิษต่อร่างกาย แม้จะเลิกได้เด็ดขาด แต่ผลของบุหรี่ต่อเส้นเลือดสมองคงยังเหลือร่องรอยจนถึงการอาพาธครั้งนี้

ด้วยการเอาใจช่วยของทุกฝ่าย และส่วนหนึ่งคงมาจากผลบุญอันมหาศาลของท่าน การฟื้นตัวจึงกลับมาอย่างเหลือเชื่อ เริ่มจากการกลับมาหายใจเอง ขยับแขนขาได้ดี ฉันอาหารได้เอง ฝึกนั่งในรถเข็น และที่พวกเราปลื้มใจที่สุดคือ การทำกายภาพบำบัดอย่างมีประสิทธิภาพจนสามารถยืนและเดินได้เองโดยการช่วยพยุง ก่อนกลับวัดบ้านไร่ยังได้พาท่านไปเดินออกกำลังกาย เริ่มจากพุทธมณฑล แล้วค่อย ๆ ไกลออกไปที่พระราชวังสนามจันทร์ จนครั้งสุดท้ายไปที่พระราชวังบางประอิน ผมจึงแน่ใจว่าท่านแข็งแรงพอที่จะคืนถิ่นแล้ว รวมเวลาอยู่โรงพยาบาลครั้งนี้ 105 วัน ก่อนกลับวัดท่านได้บริจาคเงินให้โรงพยาบาลหนึ่งล้านบาท

ผมติดตามท่านอย่างใกล้ชิดในรถนำส่ง ดูท่าทางหลวงพ่อไม่ได้ตื่นเต้นมาก เพราะท่ายังสูญเสียความทรงจำระยะใกล้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับวัดที่ท่านจำพรรษาอยู่ ผมได้พยุงหลวงพ่อเดินเข้าสู่ห้องพักที่มีการปรับปรุงใหม่ ผู้คนดูพลุกพล่านและมีหลายคนที่พยายามเข้ามาเพื่อชื่นชมท่านใกล้ ๆ พอสงบบ้างแล้วผมจึงต้องออกไปชี้แจงให้ทราบทั่วกันว่า ท่านมีสภาพร่างกายที่ไม่เหมือนเดิมแล้ว หากอยากให้ท่านดำรงอยู่ยาวนานไป ขอให้ช่วยกันปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์โดยเคร่งครัดคือ งดกิจภายนอกวัด จำกัดภาระงาน และควบคุมการเข้าขอเยี่ยม จากนั้น จึงได้ส่งมอบผู้ป่วยและแนวทางการดูแลรักษาต่อไปให้กับทีมงานโรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อรับผิดชอบดูแลรักษาท่านต่อ

แม้ว่าช่วงเวลาที่ได้ใกล้ชิดท่านจะดูมาก แต่โอกาสที่ผมจะได้เข้าใจและเรียนรู้อะไรจ่ากท่านมีไม่มากนัก ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะท่านอาพาธเกี่ยวกับสมอง แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือรอบข้างท่านจะมีศิษย์ใกล้ชิดอยู่ด้วยเสมอ ที่ผมพอจะสรุปได้บ้างคือ

  1. ท่านเป็นคนไข้ที่น่ารักเหมือนผู้สูงอายุทั่วไป ให้ความไว้วางใจและให้ความเคารพแพทย์ ตัวอย่างเช่น หากจะมีการเจาะเลือดหรือเปลี่ยนแปลงยากิน ถ้ามีแพทย์อยู่ช่วยอธิบายแล้ว ท่านจะรีบปฏิบัติตามโดยเร็ว
  2. ท่านเป็นพระผู้ใหญ่ที่มีวิถีชีวิตเรียบง่ายอย่างที่เขาว่ากันจริง
  3. ท่านเป็นผู้ที่มีอารมณ์ขัน เป็นกันเองกับทุกผู้ทุกคน
  4. ท่านเป็นผู้มีคารมที่คมคาย สามารถสอดแทรกแง่คิดหรือข้อธรรมะในระหว่างการสนทนาได้อย่างกลมกลืนชวนฟัง

เมื่อมองย้อนกลับไปวันแรกที่ผมเริ่มรับหน้าที่เข้ามาดูแลท่าน ความรู้สึกก็ไม่ต่างกับการดูแลคนไข้ทั่วไปคือ ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด และเป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แต่พอมาถึงวันที่ภาระกิจนี้เสร็จสิ้นแล้ว ผมกลับมีความรู้สึกเพิ่มเติมว่า อยากจะมีโอกาสได้ดูแลรักษาท่านต่อเนื่อง หรืออย่างน้อยก็อยากรู้ความเป็นไปของสภาพสุขภาพและการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่จะเกิดกับท่านต่อไป

ด้วยความที่ยังมีความผูกพันในฐานแพทย์กับคนไข้ที่เคยดูแลด้านหนึ่ง และภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานให้เป็นผู้รับผิดชอบติดตามผลอีกด้านหนึ่ง ผมจึงได้ติดตามความเคลื่อนไหวสภาวะสุขภาพของท่านต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ โดยอาศัยการสื่อสารทางโทรศัพท์ผ่านลูกศิษย์ที่ปรนนิบัติใกล้ชิดและแพทย์ในพื้นที่ รวมไปถึงการขึ้นไปตรวจเยี่ยมเป็นครั้งคราว เมื่อมีคณะแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลของผมขึ้นไปทอดกฐินที่วัดของท่าน ไม่กี่วันลูกศิษย์ใกล้ชิดของท่านก็โทรศัพท์มาแจ้ง เพื่อให้ผมขึ้นไปรับเงินสองล้านสามแสนบาทจากมือท่าน สำหรับนำกลับมาบริจาคให้โรงพยาบาลของผมอีกทอดหนึ่ง ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสนอนค้างหน้าเตียงนอนของท่านพร้อมกับลูกศิษย์ ก่อนจำวัดท่านสวดมนต์ไหว้พระที่หัวนอนได้อย่างคล่องแคล่วไม่มีการขาดหายหรือขาดช่วง ช่วงกลางคืนท่านก็จำวัดได้สนิทดีไม่มีอาการผิดปกติ ผมพยายามขออนุญาตท่านเจาะเลือดปลายนิ้วเพื่อตรวจระดับน้ำตาล ท่านก็ไม่ยอม โดยให้เหตุผลว่า

“จะเจาะให้เจ็บทำไม ยาก็กินประจำอยู่แล้ว และอาหารก็ไม่ได้ฉันอะไรมากมาย” 

ก็เห็นจะจริงของท่าน ในที่สุดผมก็ต้องเป็นฝ่ายถอย แต่ท่านก็รับปากว่าเมื่อถึงเวลาจะยอมให้ตรวจเลือดหลาย ๆ อย่างพร้อมกันไปทีเดียว

ก่อนกลับผมไปกราบลา ท่านพยักหน้าพร้อมหยิบกล้วยน้ำว้าในสำรับอาหารขึ้นมาร่ายคาถาแล้วส่งให้ผม ไม่ทราบว่าเป็นคาถาอำนวยโชค หรือจะเป็นคาถาให้ได้มีโอกาสมาปรนนิบัติรับใช้ท่านอย่างต่อเนื่อง

สิบเดือนต่อมา ด้วยปัญหาการสำลักและเกิดปอดอักเสบบ่อย ๆ จึงได้ประสานงานกับคณะแพทย์ในพื้นที่เพื่อนำท่านกลับมาโรงพยาบาลของผมอีกครั้งเพื่อใส่สายยางให้อาหารทางหน้าท้อง ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ครั้งนี้คณะศิษย์ได้จัดงานวันเกิดย่าง 89 ปีให้ท่าน นิมนต์พระผู้ใหญ่มา 9 รูป ท่านได้บริจาคเงินจากผู้มีจิตศรัทธาให้กับโรงพยาบาลหนึ่งล้านเจ็ดแสนบาท เนื่องจากเจอวิกฤตน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพจนลามเข้ามาใกล้โรงพยาบาลของผม จึงต้องรีบส่งท่านไปพักต่อที่โรงพยาบาลในพื้นที่อีกหลายเดือนท่านจึงได้เดินทางกลับวัด

สามปีต่อมา แพทย์ในพื้นที่แจ้งว่างหลวงพ่อหัวใจหยุดเต้นช่วงเช้ามืด เป็นผลจากเสมหะอุดกั้นหลอดลมและลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด หลังทำการช่วยชีวิตขั้นสูงนานกว่าหนึ่งชั่วโมง ท่านสามารถกลับมามีการทำงานของหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตได้แต่ยังอยู่ในขั้นวิกฤต ผมรีบขึ้นไปประชุมร่วมกับทีมแพทย์ในพื้นที่ที่ทำงานกันอย่างแข็งขัน หลังจากสภาพร่างกายท่านคงที่ระดับหนึ่งภายใต้การประคับประคองอวัยวะเต็มที่ ผลได้กราบลาหลวงพ่อเพื่อเดินทางกลับ ในใจคิดว่าท่านคงละสังขารในเวลาอันใกล้นี้แน่ ผมไม่ได้เอ่ยปากชัดเจนต่อทีมแพทย์ที่ดูแล เพียงแต่ใช้อวัจนภาษาสื่อความหมายว่าอยากให้ยอมรับวิธีแห่งธรรมชาติ ไม่ก้าวล้ำเส้นไปสู่การรักษาเพื่อยื้อชีวิตดังเช่นที่เกิดกับพระผู้ใหญ่หลายท่านในอดีตที่ผ่านมา ตอนสายของวันรุ่งขึ้นจึงได้รับโทรศัพท์แจ้งการละสังขารของท่าน ผมฟังอย่างสงบนิ่งและกำหนดความตั้งใจว่า จะพยายามทำความดีให้ได้เศษเสี้ยวหนึ่งของท่าน ที่ได้มีคุณูปการต่อคนไทยและประเทศไทยมาเกือบตลอดชีวิตอันยาวนานของท่าน


Leave a comment

Your email address will not be published.


*