สารจากนายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย กรกฎาคม 2561

ขอต้อนรับสู่ฉบับที่สี่ เดือนนี้มีกิจกรรม Introduction to pulmonary medicine สำหรับเฟลโลว์ใหม่ และมีการสอบ Formative สำหรับเฟลโลว์ปี 1 ขึ้น 2 ซึ่งถึงแม้จะสอบไม่ผ่านก็ยังได้ขึ้นชั้นแต่จะเป็นเครื่องช่วยเตือนใจตัวเองและสถาบันฝึกอบรมว่ายังมีอะไรที่ควรรู้แต่ยังไม่รู้อีก ส่วนในด้านความสามารถอื่น ๆ ของการเตรียมตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านต้องฝากอาจารย์ที่ให้การฝึกอบรมช่วยกันดู

ส่วนที่จับตารออีกงานหนึ่งก็คือ การสอบ Summative ของเฟลโลว์ปี 2 ที่จะจบออกไปเป็นหมอปอดน้อย (หมายถึงหมอโรคปอดรุ่นใหม่ไม่ใช่มีปอดเหลือน้อย หรือใจกล้ามากเพราะความปอดน้อย) ด้วยกระบวนการควบคุมกันเองที่เคร่งครัดตามมาตรฐานนี้จะช่วยให้เกิดความโปร่งใสและธรรมาภิบาลต่อสังคมภายนอกที่ใช้ผลผลิตของเราและเป็นเครื่องปกป้องวิชาชีพไม่ต้องให้คนนอกมาควบคุมและตรวจสอบ
เราจนขาดเอกสิทธิ์ส่วนบุคคล (autonomy) ของวิชาชีพเราไป

ฝากเพิ่มสำหรับสมาชิกเราที่ตั้งใจทำงานรับใช้สังคมกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน งานของเราไม่มีความจำเป็นต้องไปโฆษณาตัวเอง (แค่นี้ก็หนักกายและใจจะแย่อยู่แล้ว) เหมือนที่ทำกับสินค้าและบริการอื่นซึ่งเกินจริงและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค โดยที่หน่วยงานรับผิดชอบยังเป็นฝ่ายวิ่งตามหลัง แถมคนดังที่ไปพัวพันเพราะผลประโยชน์มักจะอ้างแบบไม่รับผิดชอบว่า “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” หรือ “แล้วทำไมรัฐปล่อยให้ลอยนวล” สังคมไทยจะเข้มแข็งถ้าพลเมืองมี “ภูมิคุ้มกันที่ดี” ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงข้อที่สาม และมี “ความพอประมาณ” ตามหลักข้อที่หนึ่ง โดยไม่คิดแต่ผลประโยชน์เฉพาะหน้าที่ได้มาง่ายๆ
ด้วยการไปรีวิวสินค้าทั้งที่ไม่รู้จริงและไม่สนใจผลกระทบในฐานะบุคคลสาธารณะซึ่งต้องใช้การแยกแยะดีชั่วด้วย “ความมีเหตุมีผล” ตามหลักข้อที่สองของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ช่วงรอยต่อการเปลี่ยนมือแพทย์ที่คนเก่าไปคนใหม่มาเช่นเดือนนี้ มีข้อมูลสนับสนุนชัดเจนว่าทำให้มีอีเว้นท์ทางการแพทย์เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกับช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ปัจจุบันในประเทศที่ก้าวหน้าทางการแพทย์และการฝึกอบรมแพทย์เช่นเนเธอร์แลนด์ ได้พัฒนาการฝึกอบรมแพทย์หลังปริญญาให้เป็นแบบไม่ยึดติดกับกรอบเวลา แต่ให้ความสนใจกับพัฒนาการความพร้อมทางวิชาชีพดังนั้นจึงสามารถเข้ามาฝึกอบรมได้ตลอดทั้งปีและการฝึกอบรมสามารถปรับให้สอดคล้องกับพัฒนาการในแต่ละด้านของแต่ละคนได้ดังนั้นการฝึกอบรมอาจจะไม่ต้องเหมือนกันทั้งหมดและไม่จำเป็นต้องจบพร้อมกัน วิธีการนี้ส่วนหนึ่งช่วยลดปัญหาช่วงการเปลี่ยนมือของแพทย์ได้ด้วย

ขอปิดท้ายฉบับนี้ด้วยวาทะของประธานาธิบดี John F. Kennedy ในวันที่ 12 กันยายน 2505 ต่อการผลักดันโครงการส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์

We choose to go to the moon in this decade and do the other things, not because they are easy, but because they are hard, because that goal will serve to organize and measure the best of our energies and skills, because that challenge is one that we are willing to accept, one we are unwilling to postpone, and one which we intend to win

และโครงการนี้ก็เป็นจริงได้ในอีก 7 ปีต่อมาซึ่งเร็วกว่าที่กำหนดไว้เดิม

พบกันใหม่เดือนสิงหาคม