คำแนะนำเรื่องการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ที่มีอาการรุนแรง

นิธิพัฒน์ เจียรกุล
นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ 9 มีนาคม 2563

ตามที่ได้มีคนไทยป่วยจากการติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 20 คนเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2563 ในการแลกเปลี่ยนของคณะทำงานแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมระหว่างสมาคมอุรเวชช์ฯ และสมาคมเวชบำบัดวิกฤตฯ มีความเห็นร่วมกัน ดังนี้

ผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่รวม 18 คน พบปอดอักเสบจากภาพถ่ายรังสีทรวงอก 11 คน โดย 6 คนพบความผิดปกติเล็กน้อยและอาการไม่รุนแรง ทั้งหมดมีอายุน้อยกว่า 50 ปีและไม่มีโรคร่วม ที่เหลืออีก 5 คนพบความผิดปกติมาก โดย 2 คนมีอายุมากกว่า 50 ปีและมีโรคร่วมคือ ความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ดังรายละเอียด คือ

รายที่ 1 พบ lobar pneumonia แต่อาการไม่รุนแรง ไม่ต้องให้การรักษาด้วย oxygen ผู้ป่วยหายดี 

รายที่ 2 พบ diffuse airspace consolidation ต้องให้การรักษาด้วย low-flow oxygen ผู้ป่วยหายดี

รายที่ 3 พบ diffuse airspace consolidation ต้องให้การรักษาด้วย high-flow oxygen cannula (HFNC) ผู้ป่วยหายดี

รายที่ 4 เกิด severe ARDS ต้องใช้ invasive ventilation (IV) ผู้ป่วยอยู่ในระหว่างการรักษา  

รายที่ 5 เกิด severe ARDS ต้องใช้ IV ร่วมกับ extracorporeal membrane oxygenation (ECMO) ผู้ป่วยเสียชีวิต

ลักษณะทางคลินิกของผู้ป่วยทั้ง 5 รายที่มีอาการรุนแรงนี้ นอกจากความผิดปกติในระบบการหายใจ ไม่พบความผิดปกติในระบบอื่น ไม่จำเป็นต้องใช้ vasopressor หรือ organ support ในรายที่ได้รับยาต้านไวรัสที่จำเพาะร่วมกับ chloroquine ทันท่วงที จะช่วยทำให้การดำเนินโรคดีขึ้นเร็ว โดยเมื่อหายดีแล้วยังคงเหลือความผิดปกติในภาพถ่ายรังสีทรวงอกอยู่ ดังนั้นจึงมีคำแนะนำ คือ     

  1. สถานที่ที่ใช้ในการดูแลรักษา ต้องสามารถป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่บุคลากรและสิ่งแวดล้อม
  2. บุคลากรที่ปฏิบัติงาน ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่มีประสิทธิภาพอย่างเพียงพอ
  3. สามารถตรวจวินิจฉัยโรคพร้อมให้ยาต้านไวรัสที่จำเพาะได้อย่างรวดเร็ว เพื่อผลการรักษาที่ดีและลดการแพร่กระจายเชื้อ
  4. กรณี hypoxemic respiratory failure พิจารณาใช้ HFNC หรือ non-invasive ventilation (NIV) เมื่อมีครบทุกข้อ ดังนี้
    • มีสถานที่พร้อมตามข้อ 1
    • ผู้ป่วยไม่มีโรคร่วมรุนแรง
    • ผู้ป่วยไม่มี organ dysfunction อื่นจากการติดเชื้อ COVID-19
    • สามารถติดตามผู้ป่วยได้ใกล้ชิด และพร้อมที่จะทำ endotracheal intubation ร่วมกับใช้ IV ได้ทันที

การเตรียมพร้อมทั้งระบบการบริหารจัดการที่ครอบคลุมทุกด้าน การใช้สถานที่รักษาที่ปลอดภัย การวินิจฉัยที่รวดเร็ว การให้ยารักษาที่ได้ผลดี และการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันตนเองที่มีประสิทธิภาพสำหรับบุคลากรเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน จะช่วยเพิ่มการรักษาหายขาดสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ที่มีอาการรุนแรง และช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อในวงกว้างเพื่อเพิ่มโอกาสการควบคุมการระบาดในประเทศไทยให้ได้ในเร็ววัน


Leave a comment

Your email address will not be published.


*