ข้อเสนอแนะการปรับค่า AQI ของ PM2.5 ในประเทศไทย

สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
1 ตุลาคม 2562

สืบเนื่องจากปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศไทยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตามข้อมูลการตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนกันยายน 2562 เมื่อเปรียบเทียบกับสถิติของปี 2559-2561 ในช่วงเวลาเดียวกัน ส่งผลให้

  1. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเกิดการกำเริบของโรคพื้นฐาน เช่น โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ โรคหืด โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจขาดเลือด และ โรคสมองขาดเลือด เป็นต้น และเยาวชนเสี่ยงต่อการเกิดสมรรถภาพปอดถดถอยในระยะยาว
  2. ประชาชนทั่วไปเกิดอาการระคายเคือง เยื่อบุนัยน์ตา เยื่อบุจมูก เจ็บและระคายคอ

วิธีการปกป้องสุขภาพประชาขนกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่ในระยะแรกที่มีการเพิ่มขึ้นของระดับ PM2.5 จนเริ่มมีผลต่อการกำเริบของโรคพื้นฐาน หรือเป็นอันตรายต่อสมรรถภาพปอดของเยาวชนในระยะยาว สามารถทำได้ด้วยการปรับระดับเตือนภัยและมาตรการที่เกี่ยวข้อง ดังข้อมูลการศึกษาเชิงระบาดวิทยาระยะยาวนาน 30 ปีจากประเทศสหรัฐอเมริกา  และเทียบเคียงพร้อมเพิ่มเติมผลจากข้อมูลของประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ตามเอกสารอ่านเพิ่มเติม (Ambient Particulate Air Pollution and Daily Mortality in 652 Cities. N Engl J Med 2019; 381:705-715)

เมื่อเปรียบเทียบค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (air quality index, AQI) ตามปริมาณ PM2.5 ที่วัดได้เฉลี่ยในรอบ 24 ชั่วโมง (หน่วยเป็น ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, µg/m3) ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่แนะนำไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 ของประเทศไทยตามคำแนะนำของกรมควบคุมมลพิษ และของประเทศสหรัฐอเมริกา ตามคำแนะนำของหน่วยงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (US environmental protection agency, EPA) พร้อมคำแนะนำสำหรับประชาชน มีรายละเอียด ดังนี้

WHO 2549PM2.5Thai AQIUS EPA AQI
เป้าหมายปี 2573250-25 ใช้ชีวิตได้ตามปกติ-
ระยะเปลี่ยนผ่านที่ 337.526-50 ใช้ชีวิตได้ตามปกติ51-100 เฝ้าระวัง
ระยะเปลี่ยนผ่านที่ 25051-100 กลุ่มเสี่ยงลดกิจกรรมกลางแจ้งถ้ามีอาการ101-150 (PM2.5 38-65) กลุ่มเสี่ยงลดกิจกรรมกลางแจ้ง
ระยะเปลี่ยนผ่านที่ 175-151-200 (PM2.5 66-150) กลุ่มเสี่ยงลดกิจกรรมกลางแจ้ง
คนทั่วไปลดกิจกรรมกลางแจ้ง
-90101-200 กลุ่มเสี่ยงลดกิจกรรมกลางแจ้ง
คนทั่วไปลดกิจกรรมกลางแจ้งถ้ามีอาการ
-
->90>200 ทุกคนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง201-300 (PM2.5 151-250) กลุ่มเสี่ยงงดกิจกรรมกลางแจ้ง คนทั่วไปเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
>300 (PM2.5 >250) ทุกคนงดกิจกรรมกลางแจ้ง
กลุ่มเสี่ยงควรมีที่หลบภัย

โดยเสนอให้ปรับแก้ไขให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการเฝ้าระวังและรับการดูแลรักษาตั้งแต่ระยะแรก และลดโอกาสผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อคนทั่วไป ซึ่งจะให้ความสำคัญกับระดับปริมาณ PM2.5 ระหว่าง 50-75 µg/m3 ซึ่งจะเพิ่มอัตราตายขึ้นอย่างชัดเจนในประชาชนทั้งหมด ตามข้อมูลในรูปที่สรุปรวมจากหลายประเทศในเอกสารอ่านเพิ่มเติม

ข้อเสนอการปรับดัชนีคุณภาพอากาศพร้อมคำแนะนำสำหรับประชาชนไทย

PM2.5ดัชนีคุณภาพอากาศคำแนะนำสำหรับประชาชน
0-250-50ใช้ชีวิตได้ตามปกติ
26-4051-100เฝ้าระวัง
41-75101-150กลุ่มเสี่ยงลดกิจกรรมกลางแจ้ง
คนทั่วไปป้องกันตนเองเมื่ออยู่กลางแจ้ง
76-150151-200กลุ่มเสี่ยงเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
คนทั่วไปลดกิจกรรมกลางแจ้ง
151-250201-300กลุ่มเสี่ยงงดกิจกรรมกลางแจ้ง
คนทั่วไปเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
>250>300ทุกคนงดกิจกรรมกลางแจ้ง
จัดหาที่หลบภัยให้กับกลุ่มเสี่ยง

Leave a comment

Your email address will not be published.


*