สารจากนายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย พฤษภาคม 2562

ขอต้อนรับสู่ฉบับประจำเดือนพฤษภาคมของปี 2562 ซึ่งในวันที่ 25 ชองเดือนนี้ จะมีการจัดกิจกรรม Masterclass ในหัวข้อ Pulmonary vascular Disease ที่โรงแรมสุโกศล คงเป็นตัวช่วยหนึ่งในโค้งสุดท้ายของเฟลโลว์ที่กำลังจะเข้าสอบเพื่อวุฒิบัตร  สำหรับเฟลโลว์ที่เพิ่งสำเร็จการฝึกอบรมไปเมื่อปีก่อน ในการประชุมประจำปีของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ที่พัทยาเมื่อวันที่ 25 เมษายน มีผู้เข้ารับวุฒิบัตรอนุสาขาอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตระบบการหายใจจำนวน 15 คน ส่วนที่เหลือติดภารกิจไม่สามารถมาเข้าร่วมงานได้  ถือเป็นการก้าวเข้าสู่วิชาชีพเฉพาะอย่างเป็นทางการหลังจากที่ทำงานในหน้าที่นี้มากว่าครึ่งปีแล้ว

          ในวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี องค์การอนามัยโลกได้จัดให้เป็น “World No Tobacco Day” หรือ “วันงดสูบบุหรี่โลก” ซึ่งในปีนี้จะเน้นไปที่การเผยแพร่ข้อมูลในด้าน “ผลของบุหรี่ต่อสุขภาวะปอด” โดยสมาคมฯ ของเราได้เข้าร่วมกับองค์กรและหน่วยงานพันธมิตร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อช่วยกันรณรงค์สู่สังคมต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมิถุนายน แม้ว่าสถานการณ์การสูบบุหรี่ของคนไทยเราจะดีขึ้นมากกว่าทศวรรษก่อนๆ แต่เป้าหมายการลดจำนวนคนที่สูบบุหรี่จากปัจจุบันที่ประมาณร้อยละ 19 ให้ได้เหลือร้อยละ 5 ในอนาคต ยังเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนกันอย่างเต็มกำลังและอย่างต่อเนื่อง

          หนึ่งในข้อสรุปทางการแพทย์ที่ยังไม่ลงตัวคือ สถานะของบุหรี่ไฟฟ้า ที่เดิมผลิตขึ้นมาเป็นทางเลือกของการบำบัดทดแทนนิโคตินเพื่อช่วยในการเลิกบุหรี่แบบดั้งเดิม แต่ได้ถูกบิดเบือนจากบริษัทยาสูบและผู้ฉวยโอกาสอื่น ดัดแปลงทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและส่วนประกอบภายใน จนทำให้คนหันไปติดบุหรี่ไฟฟ้าแทนบุหรี่แบบดั้งเดิม และเริ่มมีรายงานทางการแพทย์ถึงพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าต่อสุขภาพมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ คาดการณ์ว่าภายในสิบปีนี้น่าจะมีข้อมูลที่มีน้ำหนักชัดเจนขึ้น แต่กว่าจะถึงตรงนั้นพวกเราคงต้องช่วยกันชี้ให้สังคมเห็นว่า การชักชวนให้มาใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นเพียงการเบี่ยงเบนประเด็นด้านพฤติกรรมเท่านั้น หวังว่าหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างเข้มงวด เพื่อควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าที่ยังถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย ไม่ให้แพร่หลายโดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นที่เป็นนักสูบหน้าใหม่   ขอปิดท้ายฉบับนี้ด้วยคำสอนของสมเด็จพระบรมราชชนก ที่เป็นลายพระหัตถ์ถึงศาสตราจารย์ เอ. จี. เอลลิส เรื่องประทานทุนสอนและค้นคว้า ความว่า

“การที่เรียนจบหลักสูตรวิชาชีพแพทย์นั้น ไม่ได้หมายความว่านักเรียนผู้นั้นได้เรียนรู้การแพทย์หมดแล้ว แต่เป็นการตรงกันข้าม การที่เรียนจบนั้นเป็นแต่เพียงขั้นหนึ่งของการศึกษาทางการแพทย์”

พบกันใหม่ฉบับหน้า

Leave a comment

Your email address will not be published.


*