มาตรการรับมือ PM2.5 “ภัยร้ายตัวจิ๋ว”

รองศาสตราจารย์นายแพทย์นิธิพัฒน์ เจียรกุล
ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

PM2.5 คืออนุภาคขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยน้อยกว่า 2.5 ไมโครเมตร แขวนลอยอยู่ในอากาศรวมกับไอน้ำ ควัน และก๊าซต่าง ๆ เนื่องจาก “เจ้าตัวจิ๋ว” นี้มีขนาดเล็ก แต่เมื่อแผ่รวมกันแล้วจะมีพื้นที่ผิวรวมกันมากมหาศาล ทำให้มันสามารถนำพาสารต่าง ๆ ล่องลอยในบรรยากาศรอบตัวเราได้ในปริมาณสูง เกิดเป็นหมอกควันที่เป็นมลพิษต่อสุขภาพของมนุษย์

แหล่งกำเนิดสำคัญของ PM2.5 คือ การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงธรรมชาติรวมถึงวัสดุอื่น และฝุ่นจากการก่อสร้าง ถ้ามีการผลิตมากขึ้นและฟุ้งกระจายออกไปได้น้อยลงเช่นในช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคมของทุกปี ช่วงวันที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงเร็วร่วมกับความชื้นสูงและลมอับ เจ้าตัวจิ๋วจะวนเวียนอยู่มากในช่วงกลางคืน แล้วค่อย ๆ จางหายไปเมื่อพระอาทิตย์ทำงานส่องสว่างเต็มที่

เนื่องจากขนาดที่เล็กของเจ้าตัวจิ๋ว เมื่อมันถูกมนุษย์สูดผ่านรวมเข้ากับลมหายใจ จึงลงไปได้ลึกถึงถุงลมที่เป็นส่วนปลายสุดของเราได้ ทำให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบตามมา ด้วยคุณสมบัติที่เล็กมากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า บางส่วนของมันจึงเล็ดรอดผ่านผนังถุงลมและไชชอนผ่านเส้นเลือดฝอยเข้าสู่กระแสโลหิต จนกระจายแทรกซึมไปทั่วร่างกาย ทำให้เกิดผลร้ายเฉพาะหน้าที่สำคัญ 3 ประการคือ

  1. อาการกำเริบของโรคระบบการหายใจ ได้แก่โรคจมูกอักเสบ ภูมิแพ้ โรคหืด และโรคถุงลมโป่งพอง
  2. อาการกำเริบของโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง เรื้อรังอาการกำเริบโดยเฉพาะโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  3. ทำให้เด็กและผู้สูงอายุมีการเจ็บป่วยด้วยโรคระบบการหายใจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปอดอักเสบ

นอกจากนี้ในระยะยาวในส่งผลให้สมรรถภาพการทำงานของปอดถดถอย จนอาจทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพองแม้จะไม่สูบบุหรี่ และอาจมีส่วนทำให้เกิดมะเร็งปอดได้เพิ่มขึ้น

ในช่วงที่ค่า PM2.5 ในอากาศอยู่ในระดับเตือนภัย คือ เกิน 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรหรือที่ใช้เป็นสัญลักษณ์สีส้ม แดง ม่วง จนถึงน้ำตาลแดง ควรเลือด ลด ละ หรือแม้แต่ต้องเลิกกิจกรรมกลางแจ้งหรือการเดินทางไปในที่สาธารณะ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้ใส่หน้ากากพิเศษชนิดที่เรียกว่า “เอ็นเก้าสิบห้า”​โดยต้องสวมให้ถูกต้องอย่างกระชับกับรูปหน้า ดังรูปที่ 1-6

รูปที่ 1: ตรวจสอบชนิดหน้ากากให้ถูกต้องตามมาตรฐาน N-95 ฉีกออกจากซองและตรวจสอบความเรียบร้อย
รูปที่ 2: คลี่หน้ากากออกให้อยู่ระหว่างสายรัดเส้นบนและเส้นล่าง โดยหันหน้ากากด้านออกออกและให้ส่วนที่มีแผ่นวัสดุช่วยกระชับให้เข้ากับรูปหน้าอยู่ด้านบน
รูปที่ 3: ใช้มือข้างที่ไม่ถนัดกดหน้ากากให้ครอบจมูกและปากไว้ แล้วใช้มือข้างที่ถนัดตวัดสายรัดเส้นล่างข้ามศีรษะไปคล้องคอด้านหลังคอ
รูปที่ 4: ดึงสายรัดเส้นบนให้อยู่ที่ด้านบนศีรษะ สลับมือข้างที่กดหน้ากากและข้างที่ดึงสายรัดได้ตามถนัด
รูปที่ 5: ใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้างรีดแผ่นปรับให้เข้ากับแนวจมูก และปรับส่วนล่างของหน้ากากให้คลุมใต้คางได้มิดชิด
รูปที่ 6: ทดสอบความกระชับโดยใช้นิ้วชี้และนิ้วที่เหลือกดแนบด้านบนของหน้ากาก นิ้วหัวแม่มือแนบที่ด้านล่างของหน้ากาก (เป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด) หายใจเข้าออกแรงกว่าปกติ จะไม่เห็นหรือรู้สึกว่ามีละอองไอน้ำออกมารอบหน้ากาก (อาจยืดชิดหน้ากระจกเงาแล้วเวลาหายใจแรงไม่มีไอน้ำเกาะกระจกหรือคนที่ใส่แว่นหลังใส่หน้ากากแล้วแว่นจะไม่มัว)

เมื่อสามารถเลือกใส่หน้ากากที่เหมาะสมและใส่อย่างถูกวิธี ก็จะช่วยทำให้เราสามารถปกป้องตนเองให้พ้นจากภัยอันตรายของเจ้าตัวจิ๋วในช่วงเวลาที่มลพิษทางอากาศสะสมในปริมาณมาก ๆ ได้


Leave a comment

Your email address will not be published.


*