วัณโรค…ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล
สาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ปัจจุบันวัณโรคในประเทศไทยยังคงเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่ไม่สามารถควบคุมได้ตามเป้าหมายขององค์การอนามัยโลก เนื่องจากโรคนี้สามารถติดต่อได้ง่ายทางการหายใจ โดยมักพบในผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยเป็นวัณโรคอยู่ก่อน ผู้ที่ร่างกายอ่อนแอหรือมีภูมิคุ้มกันผิดปกติ และผู้ที่ดื่มเหล้าจัดหรือสูบบุหรี่จัด เป็นต้น สาเหตุเหล่านี้ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยวัณโรคของประเทศไทยในปัจจุบันยังคงไม่ลดจำนวนลง

วัณโรคคืออะไร?

วัณโรคเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชั้นสูงชนิดหนึ่ง การติดต่อจากคนที่เป็นโรคไปยังคนรอบข้าง เป็นผลจากการสูดเอาอากาศที่มีเชื้อปนเปื้อน ในรูปละอองเสมหะที่เกิดจากการไอหรือจามแล้วฟุ้งกระจายอยู่ แต่คนที่ได้รับเชื้อนี้เข้าไปแล้วไม่ใช่ทุกคนที่จะป่วยเป็นวัณโรค ส่วนใหญ่คนที่สุขภาพเดิมแข็งแรงดี จะสามารถกำจัดเชื้อออกไปได้และไม่เป็นโรค แต่ก็มีส่วนน้อยที่เกิดโรคขึ้นทันที หรือเชื้ออาจหลบเร้นแฝงอยู่ในร่างกายได้นานเป็นเดือนเป็นปี ต่อเมื่อวันใดร่างกายอ่อนแอลงจึงป่วยเป็นวัณโรคในภายหลัง วัณโรคสามารถเกิดได้กับอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นต่อมน้ำเหลือง เยื่อหุ้มสมอง หรือกระดูกและข้อ เป็นต้น แต่ที่พบและเป็นปัญหามากที่สุดในปัจจุบันคือ วัณโรคปอด อาการส่วนใหญ่ที่พบเป็นอาการของอวัยวะซึ่งเกิดการติดเชื้อ และอาการทั่วไป ได้แก่ มีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และ น้ำหนักลด ฯลฯ

อาการของวัณโรคปอดมีอะไรบ้าง?

สำหรับคนที่เป็นวัณโรคปอดมักจะมีอาการไอนานเกิน 2 สัปดาห์ โดยไอมีหรือไม่มีเสมหะก็ได้ บางครั้งเสมหะที่ออกมาอาจมีเลือดปน สำหรับวัณโรคปอดในเด็กและผู้สูงอายุบางรายอาจไม่แสดงอาการชัดเจนและมีอาการคล้ายการเจ็บป่วยจากโรคอื่นได้ ทำให้การวินิจฉัยแน่นอนโดยแพทย์ทำได้ยากลำบาก

สามารถวินิจฉัยวัณโรคปอดได้อย่างไร?

การวินิจฉัยวัณโรคปอดอาศัยการซักประวัติและตรวจร่างกาย และใช้การตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันโดยการเอกซเรย์ปอดร่วมกับการตรวจเสมหะหาเชื้อวัณโรคแต่สำหรับวัณโรคปอดในเด็กและวัณโรคในอวัยวะอื่นต้องอาศัยการตรวจที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

โพรงแผลขนาดใหญ่ที่ปอดส่วนบนทั้งสองข้างจากเอกซเรย์ของผู้ที่เป็นวัณโรคปอด

วัณโรคมีวิธีการรักษาอย่างไร?

เมื่อได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์แล้ว ผู้ที่ป่วยด้วยวัณโรคจะได้รับยาต้านวัณโรคชนิดกิน 4 ขนานเป็นเวลานานอย่างน้อย 2 เดือน และได้รับยากินต่อ 2 ขนานเป็นเวลานานอย่างน้อยอีก 4 เดือน ดังนั้นการรักษาที่สั้นที่สุดในปัจจุบันรวมแล้วคือ 6 เดือน ซึ่งผู้ป่วยจะต้องกินยาตามชนิดและขนาดที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดจนครบกำหนด ห้ามหยุดกินยาเองเด็ดขาดโดยเฉพาะเมื่ออาการผิดปกติต่างๆ เริ่มดีขึ้นหรือหายไป มิเช่นนั้นจะทำให้กลายเป็นวัณโรคเรื้อรังและเกิดเชื้อดื้อยาตามมาได้ ซึ่งเมื่อเกิดเชื้อดื้อยาแล้วจะยุ่งยากสำหรับแพทย์มากขึ้น เนื่องจากต้องเพิ่มยาที่ใช้รักษาเป็น 5-8 ขนาน อีกทั้งต้องใช้เวลาในการรักษานานขึ้นกว่าเดิมมาก โดยอาจนานถึงอย่างน้อย 20 เดือนถ้าเป็นเชื้อวัณโรคชนิดดื้อยาหลายขนาน สำหรับวัณโรคนอกปอดเช่น วัณโรคกระดูก แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยการผ่าตัดร่วมด้วย

ตัวอย่างเม็ดยาที่ใช้รักษาวัณโรค

การปฏิบัติตนสำหรับผู้ป่วย

ผู้ป่วยในระยะแพร่เชื้อควรหยุดงานจนกระทั่งได้ยารักษาไปแล้วอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แนะนำให้ผู้ป่วยใช้ผ้าปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจาม ถ้ามีเสมหะให้รวบรวมใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดแล้วเททิ้งในท่อระบายน้ำหรือโถส้วม หรือใส่ถุงพลาสติกแล้วเติมน้ำยาฆ่าเชื้อพร้อมรัดปากถุงให้แน่นก่อนทิ้งในถังขยะควรจัดห้องพักให้เป็นสัดส่วนแยกจากสมาชิกในบ้าน โดยให้มีแสงแดดส่องถึงและอากาศถ่ายเทได้สะดวก เลือกกินอาหารที่เป็นประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอเมื่อร่างกายเริ่มแข็งแรงขึ้น งดเหล้า บุหรี่ และสารเสพติดทุกชนิด การมาพบแพทย์เพื่อตรวจติดตามผลการรักษาตามการนัดหมายทุกครั้งก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน วัณโรคเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดได้ค่อนข้างแน่นอน เพียงแต่ใช้เวลานานกว่าโรคติดเชื้อทั่วไปเล็กน้อย อาศัยกำลังใจและความตั้งใจในการติดตามผลการรักษาอย่างสม่ำเสมอของผู้ป่วย ร่วมกับความเข้าใจและการเอาใจใส่ของคนรอบข้าง เราทุกคนสามารถร่วมกันทำให้การรักษาและควบคุมวัณโรคสำเร็จได้ เพื่อให้โลกใบน้อยซึ่งเราใช้อากาศหายใจร่วมกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนี้ ยังคงน่าอยู่และงดงามสำหรับเราตลอดไป

Leave a comment

Your email address will not be published.


*